การประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบฉลากสิ่งแวดล้อม โดยบ่งชี้ผลกระทบเพื่อกำหนดแนวทางในการลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมและรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ จากการพิสูจน์และตรวจประเมินผลการลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว องค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ(International Organization for Standardization: ISO) ได้ให้ความหมายของ LCA ไว้ในอนุกรมมาตรฐาน ISO14040 ว่า “เป็นการรวบรวมและประเมินค่าสารขาเข้าและสารขาออกรวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดขึ้นในระบบผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต”

การประเมินวัฏจักรชีวิตเป็นกระบวนการวิเคราะห์และประเมินค่าผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ตั้งแต่ การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการจัดการเศษซากของผลิตภัณฑ์หลังหมดอายุการใช้งาน การใช้ใหม่/แปรรูป หรือ ตั้งแต่เกิดจนตาย (Cradle to Grave)โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงปริมาณของพลังงาน วัตถุดิบที่ใช้และของเสียที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อหาวิธีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดน้อยที่สุด[1]

ความเป็นมาของการศึกษา LCA นั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายการประหยัดพลังงานของประเทศต่างๆ ที่พัฒนาหลักการประเมินวัฏจักรชีวิตเพื่อวิเคราะห์ความต้องการใช้พลังงานสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละประเภทอย่างละเอียด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 จากนั้นได้มีการขยายผลไปสู่การวิเคราะห์ทรัพยากรและผลกระทบจากการแพร่กระจายของสารมลพิษตลอดจนของเสียที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาครัฐของประเทศต่าง ๆ เริ่มนำผลการศึกษา LCA ไปใช้มากขึ้น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980   และมีการพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ปริมาณผลกระทบ (เช่น การทำให้โลกร้อนขึ้นและการลดลงของทรัพยากร เป็นต้น) ของผลิตภัณฑ์สำหรับเปรียบเทียบความรุนแรงของปัญหาที่ต่างประเภทกัน ทำให้การศึกษาวิจัยด้านLCA เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นและมีการใช้อย่างแพร่หลายอย่างไรก็ตาม จากการที่มีการใช้วิธีการ ข้อมูล และการตีความที่ต่างกัน จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานในการรายงานผล ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการจัดประชุมระดับนานาชาติเกี่ยวกับวิธีการต่างๆ และหลักเกณฑ์การปฏิบัติสำหรับการจัดทำ LCA ขึ้น ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคม SETAC

          ความรู้เรื่องLCA ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น มีการนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) มีการส่งเสริมการจัดทำ LCA ภายใต้โครงการ Life Cycle Initiative นอกจากนี้ บริษัทผู้ประกอบการในยุโรปกลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันจัดตั้งองค์กรเอกชนในนามของ Society for the Promotion of Life Cycle Development (SPOLD) เพื่อส่งเสริมการนำแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยพิจารณาถึงผลกระทบตลอดทั้งวัฏจักรชีวิต นอกจากนี้ องค์กรมาตรฐานสากล(International Standards Organization : ISO)ได้จัดทำอนุกรมมาตรฐานการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ชุด ISO 14040 เพื่อกำหนดรูปแบบ วิธีการ และขั้นตอน เพื่อเป็นมาตรฐานให้นักวิจัยด้าน LCA ได้ใช้ในการศึกษาต่อไป

 

การประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เป็น การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือหน้าที่การใช้งานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นผลเชิงปริมาณที่ชัดเจน การศึกษา LCA จึงมีความซับซ้อน เพราะต้องทำการวิเคราะห์ตั้งแต่แหล่งกำเนิดของทรัพยากรที่นำมาใช้ไปจนถึงการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนสุดท้ายในทุกประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากการใช้ทรัพยากร และสารมลพิษที่ถูกปล่อยออกมา โดยมองผลกระทบในภาพรวมที่เกิดต่อโลก เช่น การเกิดฝนกรด การทำให้โลกร้อนขึ้น เป็นต้นนับเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอีกหนึ่งประเภทที่อยู่ในอนุกรมมาตรฐาน ISO14000 ทั้งนี้ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ LCA มีทั้งหมด 7 ฉบับ ได้แก่

·       ISO 14040 – Life cycle assessment – Principles and framework เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงหลักการ นิยามศัพท์ และกรอบการดำเนินงานการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์

·       ISO 14041 – Life cycle assessment – Goal and scope definition and Life Cycle Inventory analysis เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต การวิเคราะห์และจัดทำบัญชีรายการด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (LCI)

·       ISO 14042 - Life cycle assessment – Life Cycle Impact Assessment (LCIA) เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์

·       ISO 14043 - Life Cycle Assessment – Life Cycle Interpretation เป็นมาตรฐานกล่าวถึงการแปลผลข้อมูลที่ได้จากการทำ LCI และ LCIA

·       ISO/TR 14047 - Life Cycle Assessment – Illustrative examples on how to apply ISO 14042 – Life cycle impact assessment เป็นรายงานวิชาการแสดงตัวอย่างของการประยุกต์ใช้อนุกรมมาตรฐาน ISO 14042 สำหรับวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์

·       ISO/TR 14048 - Life Cycle Assessment – LCA Data Documentation Format เป็นรายงานวิชาการแสดงตัวอย่างรูปแบบเอกสารของข้อมูลด้าน LCA

·       ISO/TR 14049 - Life Cycle Assessment – Examples of application of ISO 14041 to goal and scope definition and inventory analysis  เป็นรายงานวิชาการแสดงตัวอย่างของการประยุกต์ใช้อนุกรมมาตรฐาน ISO 14041 สำหรับจัดทำบัญชีรายการด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์

หลักการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สามารถนำไปใช้กับกิจกรรมต่างๆ โดยอาจจำแนกรูปแบบการใช้งานใน4 กลุ่มหลัก ซึ่งได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม/บริษัทเอกชน ภาครัฐ องค์กรเอกชน (NGOs) และผู้บริโภค ดังรายละเอียดในตารางที่ 3[2]

ตารางที่ 3  รูปแบบของการนำหลักการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ไปใช้งานในกลุ่มภารกิจต่างๆ

กลุ่มผู้นำไปใช้งาน

รูปแบบของการประยุกต์ใช้งาน

ภาคอุตสาหกรรม/บริษัทเอกชน

·        ใช้สื่อสารให้ทราบถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์

·        ออกแบบและปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์

·        ใช้ต่อรองกับผู้จัดหาวัตถุดิบ (Supplier) ให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

·        พัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาด กลยุทธ์ด้านธุรกิจ และแผนการลงทุน

·        พัฒนากลยุทธ์ด้านนโยบาย

·        พัฒนานโยบายของผลิตภัณฑ์

·        การจัดทำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3

ภาครัฐ

·        เป็นเกณฑ์ในการจัดทำข้อกำหนดของฉลากสิ่งแวดล้อม

·        การพัฒนาและจัดทำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3

·        พัฒนาระบบการฝาก-การขอคืน (Deposit-refund systems)

·        ใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อสนับสนุนเงินทุน หรือการจัดทำโครงสร้างภาษีอากร

·        พัฒนานโยบายทั่วไปของภาครัฐ

องค์กรเอกชน

·        เป็นข้อมูลเพื่อเผยแพร่ต่อผู้บริโภค

·        เป็นข้อมูลสนับสนุนสำหรับการประชุม/สัมมนาในเวทีสาธารณะ

·        ใช้ข้อมูลเพื่อกดดันภาคเอกชนและรัฐบาลในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภค

·        ใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

 

โดยทั่วไปขั้นตอนในการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักได้แก่

 

1)            การบ่งชี้และระบุปริมาณภาระทางสิ่งแวดล้อม (Environmental loads)  ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง/ที่เกิดขึ้นตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เช่น พลังงานและวัตถุดิบที่ถูกใช้ การปล่อยของเสียและการแพร่กระจายของมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม

2)            การประเมินและหาค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impacts) ที่มีโอกาสเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากปริมาณภาระทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ถูกบ่งชี้มาในขั้นตอนแรก

3)            การประเมินหาโอกาสในการปรับปรุงทางสิ่งแวดล้อม และใช้ข้อมูลที่มีการแสดงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกิจกรรมเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ

 

ในขณะที่ โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ได้แบ่งขั้นตอนการดำเนินงานของ LCA ออกเป็น 8 ขั้นตอนย่อย ดังแสดงในรูปที่ 1

·       ขั้นที่ 1การกำหนดเป้าหมายและขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่จะทำการประเมิน หน้าที่ของผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปใช้งาน และรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่ต้องการศึกษา

·       ขั้นที่ 2-5การวิเคราะห์บัญชีรายการด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยการสร้างแผนผังการไหลของกระบวนการ การเก็บข้อมูล การกำหนดขอบเขตระบบ และการระบุชนิดและปริมาณของการใช้วัตถุดิบ  น้ำ  พลังงาน  การปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อม และการใช้พื้นที่ในแต่ละกระบวนการ

·       ขั้นที่ 6-7การประเมินผลกระทบ ประกอบด้วย การจำแนกกลุ่มของผลกระทบ (Classification) และการทำ Characterization ซึ่งผลกระทบที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรและการปล่อยของเสียทั้งหมดจะถูกจำแนกกลุ่มและระบุปริมาณในเชิงตัวเลขแยกตามประเภทของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีการให้น้ำหนักความสำคัญ (Weighting) เพิ่มเติม

·       ขั้นที่ 8การประเมินการปรับปรุง เป็นการรายงานผลข้อมูลการศึกษา และผลการประเมินโอกาสที่เป็นไปได้ในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ


 


[1]คู่มือการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์,  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (2546)

 

[2]คู่มือการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (2546)