ที่มาและความสำคัญ

ปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการใช้ระบบฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ได้รับการเผยแพร่และใช้งานอย่างกว้างขวาง ในพื้นภาคเอเชียมีหลายประเทศที่นำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่1มาใช้ เช่น ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินเดีย โดยแต่ละประเทศจะมีระบบกลไกและมีคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่อพัฒนาเกณฑ์กำหนด พิจารณาให้การรับรองและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในภาคสมัครใจ นอกจากการนำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 มาใช้แล้ว ประเทศไทยยังมีการดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปอื่นๆ เช่น การเผยแพร่ผ่านการประชาสัมพันธ์องค์กร และการสัมมนาตามวาระและภารกิจของรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่การนำระบบฉลากประเภทอื่นๆ เช่น ฉลากประหยัดพลังงาน ฉลากคาร์บอนเข้ามาใช้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กรมากขึ้น

การดำเนินโครงการฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่1  ของประเทศไทย ได้แก่ โครงการฉลากเขียว โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นกลไกที่ส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการกำหนดเกณฑ์ในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เชื่อถือได้ การให้การรับรอง และการเผยแพร่เพื่อให้ผู้บริโภครับทราบ ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการให้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนกลไกการจัดซื้อที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ แต่ยังคงประสบปัญหาด้านความหลากหลายของสินค้าและบริการที่ผ่านการรับรองซึ่งยังมีอยู่ไม่มากในตลาด มีกระบวนการดำเนินงานที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว การพัฒนาระบบและกลไกฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 2 จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อเป็นการสร้างทางเลือก และ ขยายผลในการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกการจัดซื้อจัดจ้างทั้งในภาคเอกชน และภาครัฐในขั้นต่อไป โดยต้องมีการพัฒนาขั้นตอนที่ชัดเจนในการใช้งาน เพื่อเสริมสร้างกลไกฉลากสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  และสร้างโอกาสให้แก่ผู้ผลิตในการพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง เพื่อสร้างทางเลือกในการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ภายใต้ความร่วมมือของภาคส่วนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้นแล้ว การจัดทำเกณฑ์ฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 2ยังสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยอุตสาหกรรมชุมชนและวิสาหกิจชุมชนอันเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ ให้มีความสามารถในการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการการผลิต มีองค์ความรู้ในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังผู้บริโภคเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อ เลือกใช้ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องด้วยฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 2มีแนวทางในการประเมินที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน และสามารถเข้าใจโดยง่าย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวและมอบหมายให้ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติพัฒนาแนวทางการการจัดทำฉลากประเภทที่ 2 และประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์นำร่องเพื่อเป็นกรณีศึกษาของประเทศไทย อีกทั้งยังมีการฝึกอบรม ให้ความรู้ และส่งเสริมการดำเนินงานของผู้ประกอบการให้สามารถผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านกลไกตลาดสีเขียวซึ่งมีการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ 

-  เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจ และเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนรายอื่นๆ ในการนำหลักการประเมินวัฎจักรชีวิตเบื้องต้น และฉลากสิ่งแวดล้อมไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน

- เพื่อจัดทำเกณฑ์ฉลากสิ่งแวดล้อมแบบรับรองตนเองประเภทที่ 2 ตามมาตรฐานสากล สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อแสดงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

- เพื่อจัดทำแนวทางการประเมินความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผู้ผลิตสามารถนำไปใช้ ประเมินด้วยตนเองได้