การประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบฉลากสิ่งแวดล้อม โดยเป็นกระบวนการวิเคราะห์และประเมินค่าผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ในรูปของข้อมูลเชิงปริมาณของพลังงาน วัตถุดิบที่ใช้และของเสียที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการจัดการเศษซากของผลิตภัณฑ์หลังหมดอายุการใช้งาน การใช้ใหม่/แปรรูป หรือ ตั้งแต่เกิดจนตาย (Cradle to Grave)สามารถบ่งชี้ผลกระทบเพื่อหาวิธีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดน้อยที่สุด[1] อีกทั้งยังสามารถกำหนดแนวทางในการลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมและรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ องค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ(International Organization for Standardization: ISO) ให้ความหมายของ LCA ไว้ในอนุกรมมาตรฐาน ISO14040 ว่า “เป็นการรวบรวมและประเมินค่าสารขาเข้าและสารขาออกรวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดขึ้นในระบบผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิต” 

 

รูปแสดงกรอบการดำเนินงาน LCA จากอนุกรมมาตรฐาน ISO 14040

 

ขั้นตอนในการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลักดังนี้

·       ขั้นที่ 1การกำหนดเป้าหมายและขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่จะทำการประเมิน หน้าที่ของผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปใช้งาน และรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่ต้องการศึกษา

·       ขั้นที่ 2การวิเคราะห์บัญชีรายการด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยการสร้างแผนผังการไหลของกระบวนการ การเก็บข้อมูล การกำหนดขอบเขตระบบ และการระบุชนิดและปริมาณของการใช้วัตถุดิบ  น้ำ  พลังงาน  การปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อม และการใช้พื้นที่ในแต่ละกระบวนการ

·       ขั้นที่ 3การประเมินผลกระทบ ประกอบด้วย การจำแนกกลุ่มของผลกระทบ (Classification) และการทำ Characterization ซึ่งผลกระทบที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรและการปล่อยของเสียทั้งหมดจะถูกจำแนกกลุ่มและระบุปริมาณในเชิงตัวเลขแยกตามประเภทของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีการให้น้ำหนักความสำคัญ (Weighting) เพิ่มเติม

·       ขั้นที่ 4การประเมินการปรับปรุง เป็นการรายงานผลข้อมูลการศึกษา และผลการประเมินโอกาสที่เป็นไปได้ในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

 

หลักการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สามารถนำไปใช้กับกิจกรรมต่างๆ โดยอาจจำแนกรูปแบบการใช้งานใน4 กลุ่มหลัก ซึ่งได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม/บริษัทเอกชน ภาครัฐ องค์กรเอกชน (NGOs) และผู้บริโภค ดังรายละเอียดในตารางที่ 4[2]

 

ตารางแสดงรูปแบบของการนำหลักการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ไปใช้งานในกลุ่มภารกิจต่างๆ

กลุ่มผู้นำไปใช้งาน

รูปแบบของการประยุกต์ใช้งาน

ภาคอุตสาหกรรม/บริษัทเอกชน

·        ใช้สื่อสารให้ทราบถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์

·        ออกแบบและปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์

·        ใช้ต่อรองกับผู้จัดหาวัตถุดิบ (Supplier) ให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

·        พัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาด กลยุทธ์ด้านธุรกิจ และแผนการลงทุน

·        พัฒนากลยุทธ์ด้านนโยบาย

·        พัฒนานโยบายของผลิตภัณฑ์

·        การจัดทำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3

ภาครัฐ

·        เป็นเกณฑ์ในการจัดทำข้อกำหนดของฉลากสิ่งแวดล้อม

·        การพัฒนาและจัดทำฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3

·        พัฒนาระบบการฝาก-การขอคืน (Deposit-refund systems)

·        ใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อสนับสนุนเงินทุน หรือการจัดทำโครงสร้างภาษีอากร

·        พัฒนานโยบายทั่วไปของภาครัฐ

องค์กรเอกชน

·        เป็นข้อมูลเพื่อเผยแพร่ต่อผู้บริโภค

·        เป็นข้อมูลสนับสนุนสำหรับการประชุม/สัมมนาในเวทีสาธารณะ

·        ใช้ข้อมูลเพื่อกดดันภาคเอกชนและรัฐบาลในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภค

·        ใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์



[1] คู่มือการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์,  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (2546)

[2]คู่มือการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (2546)